เดินหน้า-ถอยหลัง
posted on 27 Dec 2007 02:35 by natthani in Society-Culture-Politics
แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในแบบที่แอบคาดการณ์เอาไว้
ฉันก็ยังคงนั่งเอ๋อ เปิดอินเตอร์เน็ต อ่านข่าวสารแบบฟุ้งซ่านต่อกันมาได้อีกหลายวัน
สัมผัสได้ถึง "ตลกร้าย" ที่พ่อแม่พี่น้องใช้สิทธิทางประชาธิปไตย "เลือก" กลุ่มผู้บริหารประเทศ
ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนพร้อมเพรียงกัน
คือ อยากให้ you know who กลับมา
ถ้าเอาคำของ เฟร็ด กับ จอร์จ ในเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์มาใช้ สำหรับฉันคงจะกลายเป็นว่า
ไอ้เจ้า you-know-who นี่คงทำให้ you-no-poo ถ่ายไม่ออกกันทั้งประเทศในไม่ช้า
ฉันอดหัวเราะแค่นๆ ให้กับตัวเองไม่ได้ เวลาที่นึกไปถึงว่า ไม่มีใครอยากให้คุณลุงชมพู่
คนรักแมวเป็นนายกกันหรอก แต่ประชาชนก็ทุ่มพลังไปให้พรรคนั้นเพราะเป็นนอมินีของพรรคเดิม
ที่ถูกยุบและล่องหนไป
ด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองสมัยคลาสสิค ประชาชนรากหญ้าถูกคาดหวังให้ลุกขึ้นมาใช้พลัง
ชี้นำบ้านเมือง ต่อสู้กับชนชั้นกลาง พ่อค้า ขุนนาง ที่ปกครองประเทศแบบกอบโกยทรัพย์สิน
ขีดคั่นช่องว่างระหว่างความรวยจน จำกัดกรอบการเสวยสุขให้แก่คนกระจุกเล็กๆ ของประเทศ
"ตลกร้าย" กว่านั้นก็คือ ยุคโพสต์โมเดิร์นหรืออะไรแบบที่เขาว่ากันขณะนี้นั้น ชนชั้นกลาง
กลับกำลังพยายามใช้พลังอันน้อยนิดขับไล่ไอ้พ่อค้าขี้โกงออกไป ไม่ให้ทำความเสียหายใหญ่หลวง
แก่บ้านเมือง โดยเฉพาะแก่บรรดาชาวรากหญ้า
ในขณะที่ชาวรากหญ้าน้อมรับความเสียหายนั้น เพราะช่วงที่ผ่านมาพวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างเกษมสำราญ
มากขึ้นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บนซากปรักหักพังของประเทศด้วยความเชื่อที่ว่า นักการเมืองสมัยไหนๆ
ก็โกงกินเหมือนกันหมด มีแต่ทักษิณนี่แหละ ที่โกงกินแล้วแบ่งเงินมาให้ชาวบ้าน
ตลก!
ตลก --ที่คนเรายินดีกันได้กับความทุจริตฉ้อฉล ตราบเท่าที่ตนเองยังไม่เสียผลประโยชน์ใดใด
ตลก --ที่ชนชั้นกลาง นักวิชาการ ซึ่งจะตบเท้าหนีออกนอกประเทศไปอยู่บ้านเมืองอื่นเมื่อไหร่ก็ได้
กลับยังคงปักหลักต่อสู้ และแทบจะกราบเท้าอ้อนวอนให้มวลชนส่วนใหญ่ได้เข้าใจกันเสียที
ว่าประเทศชาติสูญเสียอะไรไปมากมายแค่ไหน ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่คนโกงคนนั้นเหยียบอยู่บนแผ่นดิน
ตลก --ที่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง กลับกลายเป็นวิถีประยุกต์ของชาวเมือง แต่ไม่อาจต้านทาน
กระแสทุนนิยมในชนบทได้
ตลก --ที่สุดท้ายแล้ว จะเหลือนักการเมืองสักกี่คน ที่มุ่งหมายถึงประโยชน์ของบ้านเมือง
และการทำงานเพื่อประชาชน มากกว่าสัดส่วนทางอำนาจหลังเข้าร่วมรัฐบาล
--ใครๆ ก็เลว ใครๆ ก็โกง--
พวกเราก็เอาแต่หัวเราะเยาะชะตากรรม ว่าประเทศเราไม่มีคนดี
แต่มันไม่ใช่เหตุผลของการเลือกเอาคนเลวกลับเข้ามา เวลาที่เรามองหาคนดีแล้วพบแต่สูญญากาศ
สำหรับฉัน มันเป็นช่วงเวลาของความ "เสี่ยง" หากจะมีใครสักคนที่เดินเข้ามาอาสาช่วยดูแลบ้านเมือง
แม้แต่คณะรัฐประหาร คมช.
ซึ่งเมื่อเสี่ยงแล้วพบว่าไม่เวิร์ก ก็เปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ รัฐประหาร เลือกตั้ง รัฐประหาร เลือกตั้ง เอาเข้าไป ให้มันรู้ไปว่าคนเจ็ดแปดสิบล้านคนทั้งประเทศ จะเฮงซวยงี่เง่าเหมือนกันทั้งหมด
หมดเวลาตั้งคำถามว่า ประเทศเราพร้อมหรือไม่ กับระบอบประชาธิปไตย
เพราะโดยกระแสโลก เราอาจเดินมาไกลเกินจะถอยหลังกลับ
และโดยกระแสชาติ เราอาจยังคลำหนทางข้างหน้าไม่ถูก
เมื่อถอยหลังไม่ได้อีกต่อไป ทางข้างหน้าก็มองไม่เห็นว่าเป็นภูผาหรือหุบเหว
เรายืนพิจารณากันนิ่งๆ ก่อนดีไหม?
พิจารณาว่า สิ่งใด ดี-ไม่ดี สำหรับเรา และประเทศชาติ ทั้งในวันนี้ ในวันหน้า และในอีกสิบปีร้อยปี
สิ่งใดเหมาะสมแล้วกับแผ่นดินใต้พระบารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บรรดาพระมหากษัตริย์
ทุกราชวงศ์ทรงทำนุบำรุงรักษาจนเราได้มีชีวิตอยู่อย่างเป็นไทในนาทีนี้
ผลเสี่ยงทายจากการเลือกตั้งในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรไม่อาจรู้ได้
แต่อย่างน้อย ขอให้ผลเสี่ยงทายในวันหน้า เกิดจากใจประชาชนที่ตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวม
แห่งบ้านเมือง มากไปกว่าแห่งตนเอง
-- ไม่ใช่การคว้าโทรศัพท์มือถือแนบหู แล้วเข้าเกียร์รถที่ยังผ่อนไม่หมด ถอยหลังลงนรก เมื่อไม่เหลือแผ่นดินให้ถือครอง --
edit @ 27 Dec 2007 03:34:37 by เหมียวเหมียว