กะเหรี่ยงปฐมนิเทศ
posted on 06 Jan 2008 08:59 by natthani
ไป orientation มาค่ะ
ด้วยความประมาท เพราะวันๆ เข้าออกมหาลัยเป็นประจำ สมองโปรแกรมเรียบร้อยว่า ตึกสาขาวิชาเราคือตึกนี้ๆ
และเดินเข้าไปอย่างมั่นใจ ก่อนเวลา สิบห้านาที
และเดินเข้าไปอย่างมั่นใจ ก่อนเวลา สิบห้านาที
.
ไปถึง ประตูเปิดไม่ออก
.
อ๋อ สงสัยไปเข้าจากอีกทางนึง เลี่ยมอีก รู้ว่ามีหลายประตู
.
ปรากฎว่าดั้นด้นไปจนถึงชั้นสาม เพื่อจะพบว่า เจ้าหน้าที่ grad admin ไม่รู้ว่ามีปฐมนิเทศสาขาที่ฉันเรียน
ทุกคนรู้สึกวุ่นวายมาก ที่มีนักเรียนมายืนเอ๋ออยู่ ต่อโทรศัพท์หลายสาย จนได้คำตอบว่า เค้าจัดกันที่แล็บ
ซึ่งอยู่นอกบริเวณตึกเรียน อยู่แถว research park ห่างไปไกลประมาณสองไมล์ได้
ทุกคนรู้สึกวุ่นวายมาก ที่มีนักเรียนมายืนเอ๋ออยู่ ต่อโทรศัพท์หลายสาย จนได้คำตอบว่า เค้าจัดกันที่แล็บ
ซึ่งอยู่นอกบริเวณตึกเรียน อยู่แถว research park ห่างไปไกลประมาณสองไมล์ได้
.
ปัญหาคือ คุณเลขาภาควิชาที่เราต่อโทรศัพท์ด้วย บอกทางไม่ถูก เพราะตึกมันลึกลับเกินไป
บีทมีการบอกว่า ถ้ามันอยู่ในเขตยูนะ บีทพาไปได้หมดแหละ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์
.
ผ่านไปครึ่งชม. ขับรถวนแทบจะทั่วมหาลัย -- กรี๊ดด เจอแล้วๆๆ ลึกลับมากจริงๆ ด้วย
คุณเลขาทำหน้าตาดีใจมาก ถามว่า นี่ใช่น้องคนที่โทรมาถามทางรึเปล่าคะ ดีใจจังมาถึงได้ด้วย
มันหายากจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ว่าแล้วก็พาฉันเดินไปที่ห้องปฐมนิเทศซึ่งล็อกไปแล้วด้วย
มันหายากจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ว่าแล้วก็พาฉันเดินไปที่ห้องปฐมนิเทศซึ่งล็อกไปแล้วด้วย
.
เจ๊แกก็ไขกุญแจเข้าไป
เจ๊แกก็ไขกุญแจเข้าไป
พอประตูเปิด ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียวกัน
.
เฮ้ย น่ากลัวอ่ะ -- ทุกคนดูแก่กว่า แต่งตัวภูมิฐาน (ในขณะที่ฉันใส่เสื้อกันหนาวไหมพรมทรงนักเรียนอนุบาลญี่ปุ่น) แล้วก็ทำหน้าตาเคร่งขรึมมากๆ ทรงภูมิกันสุดๆ ไปเลย
.
ฉันก็ขอโทษปะหลกๆ ว่าขอโทษค่ะหนูมาสาย
.
ขณะที่เจ๊เลขาช่วยแก้ตัวอย่างใจดีว่า พอดีเค้าหลงทางน่ะค่ะ -- แป่ว --
ขณะที่เจ๊เลขาช่วยแก้ตัวอย่างใจดีว่า พอดีเค้าหลงทางน่ะค่ะ -- แป่ว --
.
เมื่อฉันแน่ใจว่าทุกคนจำหน้าตูได้แล้วแน่ๆ กระบวนการสร้างความประทับใจต่อไปก็เริ่มขึ้น
ทันทีที่ลุงประธานหลักสูตรบอกว่า เอ้า ไหนแนะนำตัวหน่อยซิ คนอื่นเค้าคุยกันไปหมดแล้ว
ฉันก็เอ๋ออยู่พักใหญ่ ทำหน้าเหมือนฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง เพราะกำลังเหนื่อยชิบเป๋ง กับการลุ้นว่า
วันนี้กรูจะเข้าปฐมนิเทศทันมั้ยยย
ทันทีที่ลุงประธานหลักสูตรบอกว่า เอ้า ไหนแนะนำตัวหน่อยซิ คนอื่นเค้าคุยกันไปหมดแล้ว
ฉันก็เอ๋ออยู่พักใหญ่ ทำหน้าเหมือนฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง เพราะกำลังเหนื่อยชิบเป๋ง กับการลุ้นว่า
วันนี้กรูจะเข้าปฐมนิเทศทันมั้ยยย
.
พอตั้งหลักได้ ก็พูดออกมาอย่างรัวโดยไม่ได้คิดว่า
Hi, everybody. (เสือกก้มหัวแบบคนญี่ปุ่นด้วย)
I am -- (ชื่อ นามสกุล) from Thailand. (นิ่งไปหนึี่งวิว่าจะพูดไรต่อดี)
I am -- (ชื่อ นามสกุล) from Thailand. (นิ่งไปหนึี่งวิว่าจะพูดไรต่อดี)
uhhh actually you can call my nickname, MEOW; (ตอนนี้ทุกคนเริ่มทำหน้าสงสัย ว่ามนุษย์เค้าใช้ชื่อนี้กันเหรอ)
(ฉันจึงต่อว่า) like a cat -- (แล้วก็เผลอทำท่าหูแมว)
(ฉันจึงต่อว่า) like a cat -- (แล้วก็เผลอทำท่าหูแมว)
และมีการอธิบายว่า It's easier to remember this name, rite?
เวรๆๆๆๆๆ
เวรๆๆๆๆๆ
.
.
ไอ้คุณๆ ที่เก๊กอยู่ แบบว่า ชั้นโปรนะเว่ย ชั้นไฮโซนะเว่ย ชั้นฉลาดที่สุดนะเว่ย หลุดขำกิ๊กกันทั้งห้องเลยทีนี้
.
คุณลุงไดเร้กเตอร์คงเห็นว่าปล่อยอีนี่พูดต่อไป คงทำลายภาพพจน์ภาควิชาแน่ๆ หรืออาจจะกลัวความลับรั่วไหล
ว่าเกิดความผิดพลาดในการคัดเลือกผุ้สมัครเข้าเรียนต่อ เลยได้คนอย่างฉันมา ก็เลยช่วยกลบเกลื่อนบอกว่า
ว่าเกิดความผิดพลาดในการคัดเลือกผุ้สมัครเข้าเรียนต่อ เลยได้คนอย่างฉันมา ก็เลยช่วยกลบเกลื่อนบอกว่า
"นี่ผมก็รู้จักนักเรียนที่เมืองไทยคนนึงนะ ติดต่อกันตลอดเลย แต่เค้าไม่ได้เรียนที่กรุงเทพหรอกนะ"
.
อ่าฮะ วิญญาณอีสาวท้องถิ่นก็มีเปลวไฟลุกโชน
.
"เหรอคะๆๆ หนูก็ไม่ได้มาจากกรุงเทพนะ แล้วคนนั้นเค้าเรียนที่ไหนล่ะคะ"
.
ลุงก็อ้ำอึ้ง ไม่คิดว่ามันจะต่อความยาวสาวความยืด
.
"อ่าาา คิดว่าคงเรียนมหาลัยทางภาคเหนือน่ะ"
.
ไอ่เราก็รู้แล้วแหละว่า ตูคงเว่อร์เกินไป แต่ห้ามตัวเองไม่ทัน เลยต่อไปตามมารยาทว่า
.
"คงเป็นมช. แน่ๆ เลยค่ะ หนูก็จบมช. มหาลัยดีนะคะ"
.
คุณลุงก็ยิ้มให้แบบว่า โอ๋ๆ ใจเย็นๆ ลูก อะไรจะดีใจขนาดนั้น
.
"ไว้ลุงจะถามให้นะหนูนะ บางทีคิดว่าน่าจะเป็นที่เดียวกัน เพราะว่าชื่อคุ้นๆ น่าจะใช่นะ"
.
ฉันก็ขอบคุณคุณลุงไปเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ว่า แล้วตูจะโฆษณามช. ไปทำหยังวะเนี่ย
-------------------------
.
ว่าแล้วก็เข้าสู่ภาวะปกติ จนกระทั่งคุณลุงพูดเสร็จ มีแลกเปลี่ยนกันนิดหน่อย แล้วก็ขอ course syllabus คืน
ชิบหายแร้วววว มัวแต่ฟัง ไม่ได้ดูเลยว่ามันมีวิชาอะไรให้ลงบ้าง จึงหันไปถามพี่เวียต (ซึ่งอาจจะไม่ใช่เวียตก็ได้
แต่ไม่รู้มันมาจากประเทศอะไร) ว่า ตกลงมันต้องลงวิชาอะไรบ้างเนี่ย
แต่ไม่รู้มันมาจากประเทศอะไร) ว่า ตกลงมันต้องลงวิชาอะไรบ้างเนี่ย
.
ปรากฎว่าพี่เวียตก็ตอบแบบไม่มั่นใจเท่าไหร่ หันไปถามตาฝรั่งอีกคนที่นั่งถัดไป ได้มาสองวิชา อีกวิชาต้องคิดเอง
เพราะเป็นวิชาเลือก
เพราะเป็นวิชาเลือก
.
อาเจ๊เลี่ยมคนหนึ่ง (แบบว่า ชีเลี่ยมมาก คงจบป.โทจากที่นี่แหละ เลยรู้มาก) ชวนให้เอาอีเมลมาแลกกัน
ทุกคนก็ฉีกกระดาษของตัวเองออกมาคนละหนึ่งแผ่น แล้วเขียนอีเมลตัวเองลงไป จากนั้นก็เวียนให้ทุกคนในห้อง
เขียนของใครของมัน แต่ไอ่เหมียวผู้ไม่เคยเตรียมการอะไรทังนั้น ก็ไม่มีกระดาษค่ะ ไม่กล้าขอคนอื่นด้วย มีสมุดกะเค้าเล่มนึง เป็นสมุดบันทึกหน้าปกแมวดำนอนหาวน่าเกลียดมากๆ และหวงมากๆ ด้วย ไม่กล้าฉีกง่ะ จึงตัดสินใจเปิดสมุด แล้วก็เขียนอีเมล ส่งเวียนไปให้คนอื่นเขียนทั้งเล่มนั่นแหละ
ทุกคนก็ฉีกกระดาษของตัวเองออกมาคนละหนึ่งแผ่น แล้วเขียนอีเมลตัวเองลงไป จากนั้นก็เวียนให้ทุกคนในห้อง
เขียนของใครของมัน แต่ไอ่เหมียวผู้ไม่เคยเตรียมการอะไรทังนั้น ก็ไม่มีกระดาษค่ะ ไม่กล้าขอคนอื่นด้วย มีสมุดกะเค้าเล่มนึง เป็นสมุดบันทึกหน้าปกแมวดำนอนหาวน่าเกลียดมากๆ และหวงมากๆ ด้วย ไม่กล้าฉีกง่ะ จึงตัดสินใจเปิดสมุด แล้วก็เขียนอีเมล ส่งเวียนไปให้คนอื่นเขียนทั้งเล่มนั่นแหละ
.
เวียนไปซักพักก็มีคนชูสมุดหน้าปกแมวขึ้นมา ถามว่า อันนี้มันของใครเนี่ยะ
.
ทุกคนหันมามองฉัน --
.
ประมาณว่า สมุดแอ๊บแบ๊วอย่างนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากไอ่เหมียวผู้ท่าทางจะมีวุฒิภาวะไม่ถึง แต่สะเออะมาเรียนหนังสือ
.
และฉันก็ยกมือแต่โดยดี ของตูเอง
.
มีเสียงถามเซ็งแซ่ว่า ยูชื่อเหมียวใช่ไหม จำได้แล้วๆๆ
.
สรุปคือ เราเป็นคนเดียวที่ไม่มีใครต้องทวนชื่อ จำกันได้ขึ้นใจในเวลาอันสั้น
.
พอร่ำลากัน แยกย้ายกันออกจากห้อง ฉันก็เดินไร้วิญญาณออกมาหน้าประตู และพบว่า คนเดินแยกกันออกไปสองทาง
.
ซวยแล้วกรูๆๆ กลับไม่ถูก ไม่รู้จะตามกลุ่มไหนดี หันรีหันขวางแล้วก็ทำฟอร์มยืนอ่านตู้โชว์หนังสือ ราวกับว่าอ่านภาษาอังกฤษออกอย่างนั้นแหละ จนกระทั่งผู้คนหายไปทั้งซ้ายและขวา แล้วจึงออกเดิน เพื่อจะพบว่า --
ชั้นหลงทางในตึกอ้ะ -__-'
.
เดินวนไปซ้ายทีขวาที มันซับซ้อนมาก จำไม่ได้ว่าเดินมาจากทางไหน คนก็หายไปหมดแล้ว ตายๆๆ พอตั้งสติได้
ฉันก็แสนจะฟอร์ม ก็ทำเป็นมุ่งมั่นเดินราวกับเคยอยู่ที่นี่มาสิบปี แล้วก็เห็นคนเอเชียคนหนึ่งยืนอยู่ -- คนนั้นคือบีท --
ฉันก็แสนจะฟอร์ม ก็ทำเป็นมุ่งมั่นเดินราวกับเคยอยู่ที่นี่มาสิบปี แล้วก็เห็นคนเอเชียคนหนึ่งยืนอยู่ -- คนนั้นคือบีท --
โห ตอนนั้นดีใจมาก ชั้นออกมาถูกทางด้วย
.
คุยกับบีทแป๊บนึง ก็จะเดินออกไปขึ้นรถกลับบ้าน เดินไปได้สองก้าว บีทถามว่า "นั่นจะไปไหนน่ะ?"
เดินไปผิดทางค่ะ จะกลับเข้าตึกอีกด้านนึง 5555
.
นี่ล่ะนะ อารามตื่นเต้น ไม่เคยเจอคนทำหน้าดุๆ เครียดๆ ฟังเค้าคุยกันแบบว่า ภาษาสูงๆ เด็กซูชิอย่างเรา
ได้แต่ทำตาปริบๆ ฟังออก แต่คุยไม่เป็น
ได้แต่ทำตาปริบๆ ฟังออก แต่คุยไม่เป็น
.
คุณลุงไดเร็กเตอร์บอกทิ้งท้ายไว้ว่า คุณมาเรียน สิ่งที่คุณต้องทำคือ สร้าง Identity ของตัวเองให้ได้
.
.
หนูสร้างแล้วค่ะ น้องเหมียว ปกแมวดำ เหอๆๆๆๆๆ
edit @ 6 Jan 2008 09:16:12 by เหมียวเหมียว

U r so coolsss
ปล.แต่อย่าไปบอกเขาเลยนะว่า มช.ไหน
อาย
อิอิ
#1 By เบน on 2008-01-07 08:23