วันนี้มี 25 ชั่วโมง

posted on 04 Nov 2007 20:22 by natthani

 

 

-- หลังจากที่โดนจิ๊กเวลาไปหนึ่งชั่วโมงเมื่อตอนปลายเดือนมีนาคม
ฉันก็ได้กลับมานอนอิ่มๆ ตั้งแต่ห้าทุ่มจนนาฬิกาที่หัวนอนบอกเวลาเก้าโมงเช้า

พอก้าวออกไปนอกห้อง นาฬิกาในห้องน้ำบอกเวลาช้าไปหนึ่งชั่วโมง
เช่นเดียวกับนาฬิกาในห้องครัว ห้องนั่งเล่น บนจอไมโครเวฟ และบนโทรศัพท์มือถือ

อืม มาถึงแล้วสินะ -- วันที่ชีวิตจะมี 25 ชั่วโมง

Daylight Saving Time (DST) เป็นช่วงที่มีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง
ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อให้ทุกคนตื่นเช้าขึ้น และใช้เวลากลางวันได้ยาวนานขึ้นกว่าปกติ

เวลาดังกล่าว จะถูกปรับคืนสู่ปกติ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ไม่เช่นนั้น ประชาชนจะต้อง
ใช้เวลาเจ็ดโมงเช้าบนถนนมืดๆ เนื่องจากพระอาทิตย์ขึ้นช้าลงแล้ว

-- ปกติ วันอาทิตย์จะเป็นวันหยุดสุดแสนหวงแหนของฉัน เพราะชนชั้นแรงงานมักจะมี
วันหยุดเพียงวันเดียวต่อสัปดาห์ กว่าจะตื่นก็สายโด่ง กว่าจะล้างหน้าแปรงฟัน
ทักทายประชาชน เก็บที่นอน ก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี

การได้เวลาคืนมาหนึ่งชั่วโมง จากการเข้านอนตั้งแต่ห้าทุ่มเมื่อคืนนี้ หลับเต็มอิ่ม
สิบชั่วโมง และตื่นขึ้นมายังคงเป็นแปดโมงเช้าอยู่ จึงเป็นวันหยุดที่ทำให้รู้สึกว่า
เรามีเวลาเหลือเฟือไม่รู้จบ

ก็แปดโมงเช้าของวันอาทิตย์ที่แล้ว เป็นเวลาที่พระอาทิตย์เพิ่งจะขึ้นนี่นา
แสงสลัวๆ ก็ทำให้อยากนอนต่อถึงสิบโมงทุกที

วันนี้ของปีที่แล้ว --

ฉันตื่นแปดโมงตามปกติ แต่นาฬิกาข้างฝาที่ปรับรอไว้ตั้งแต่เมื่อกลางดึก บอกเวลาเจ็ดโมง
มีเวลาห้าชั่วโมงโอ้เอ้ก่อนไปทานอาหารตอนเที่ยงตรง ไม่ใช่บ่ายโมงหรือบ่ายสอง
ทานข้าวเสร็จ มีเวลาขับรถเล่นริมทะเลอีกสามชั่วโมง กลับถึงบ้านสี่โมงเย็น
เหลือเวลาสำหรับทำกับข้าวมื้อใหญ่ สารอาหารครบอีกหนึ่งมื้อ และกินข้าวเย็นตอนหกโมง
จะเข้านอนตอนไหนดี -- เพราะสี่ทุ่มของเมื่อวาน กลายเป็นสามทุ่มของวันนี้ --

วันแห่งเวลา 25 ชั่วโมงทำให้รู้สึกว่า ถ้าเราอยากนอนต่อตอนเช้า เราก็ยังต่อได้อีกชั่วโมง
และกลางคืนเรายังสามารถเข้านอนช้าลงได้อีก เพราะว่ายังไงวันรุ่งขึ้นก็ไม่ต้องตื่นแต่ "เช้ามืด"

วันรุ่งขึ้น ออกบ้านไปทำงานตอนเจ็ดโมงเช้า ก็ยังได้ทันเจอพระอาทิตย์ก่อนเข้างาน

ทำให้คิดได้ว่า เวลา ซึ่งเป็นสิ่งสมมุตินั้น มีบทบาทในชีวิตมนุษย์มากมายแค่ไหน
เราต้องคอยมองนาฬิกาตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอน เพื่อตัดสินใจว่า จะนอนต่อ หรือไปแปรงฟัน
ยามสายต้องให้นาฬิกาตัดสินใจแทนกระเพาะอาหาร ว่าควรจะหิวหรือยัง
ระหว่างทำงานยังแอบเหลือบมองเข็มสั้นเข็มยาวตลอดว่า เมื่อไหร่จะเก็บของกลับบ้านได้เสียที
หรือเมื่อเห็นนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่ม ก็บอกตัวเองว่า ถึงเวลาไปเข้านอนแล้ว จะได้ไม่ตื่นสาย

ช่วง Daylight Saving Time ต้องทำสิ่งเหล่านี้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง แม้ว่าวันที่เราปรับเวลา
จะเป็นแค่วันต้นฤดูใบไม้ผลิแค่วันเดียว แต่มันมีผลต่อความรู้สึกไปตลอดฤดูกาล
เพราะเรารู้ว่า ที่จริงแล้ว เราสามารถตื่นได้สายกว่านี้ เข้านอนได้ดึกกว่านี้

โลกตื่นเร็วขึ้น เมื่ออากาศเริ่มอุ่น และเรามีเวลาเพียง 23 ชั่วโมงในวันเริ่มต้น DST
เมื่ออากาศเริ่มเย็น โลกก็หมุนช้าลง และเรามีเวลา 25 ชั่วโมงในวันสิ้นสุด DST

กิจกรรมของมนุษย์โลกตะวันตก ขึ้นอยู่กับ "เวลา" อันสมมุติ
เราฉกชิงช่วงเวลาที่โลกยังสว่าง เพื่อสร้างผลผลิตสูงสุดในแต่ละวัน
พอพระอาทิตย์เริ่มให้แสงในระยะที่สั้นลง ก็เอาเวลานั้นขว้างคืนธรรมชาติไป

ความรู้สึกของการนั่งรอดูดวงดาวตั้งแต่พลบค่ำจนถึงเช้า กับความรู้สึกของการที่ตื่นขึ้นมา
เพื่อใช้ชีวิต ในเวลาที่แสงดาวยังไม่จางหาย มันต่างกันมากสำหรับฉัน

-- แม้ช่วง DTS จะเป็นช่วงเวลาแห่งกิจกรรม ที่ทุกคนถูกบังคับให้ตื่นเช้าขึ้น
เพื่อใช้เวลาแห่งแสงตะวันอย่างคุ้มค่า

แต่ฉันก็ยังชอบเวลาที่ตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาสะกิดเปลือกตามากกว่า

ที่เมืองไทย แปดโมงเช้าในฤดูร้อน ปลายนิ้วมือของพระอาทิตย์จะอุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ
ที่เมืองไทย แปดโมงเช้าในฤดูหนาว พระอาทิตย์จะหอบสายลมเย็นเข้ามาปลุกเราด้วย

เราสามารถใช้เวลาหกโมงเย็นในฤดูร้อน นั่งดูตะวันแดงๆ ลอยเท้งเต้งอยู่เหนือทุ่งนา
และเราสามารถใช้เวลาหกโมงเย็นในฤดูหนาว นั่งดูตะวันสีอ่อนลับขอบฟ้าเหนือทะเลสาบสีชมพู

ไม่เห็นจะต้องโดนขโมยเวลาไปหนึ่งชั่วโมงในฤดูใบไม้ผลิ แล้วถูกยัดเยียดคืนมาในฤดูใบไม้ร่วง
ให้ต้องคอยหมุนนาฬิกา และหมุนจังหวะชีวิตกลับไปกลับมาอย่างนี้เลย

แค่ใช้ชีวิตไปตามเวลาที่ธรรมชาติสร้าง ก็ยังเป็นสิ่งที่ยากเย็นในโลกทุนนิยม --

กว่าจะได้เวลาปกติกลับคืนมาพร้อมกับฤดูหนาวที่ฟ้าใสๆ --
ก็เหนื่อยจนแทบทนไม่ไหวกับกิจกรรมเพื่อ "อรรถประโยชน์สูงสุด" ในฤดูร้อนทุกทีสิน่า --

Winter is coming!!

edit @ 5 Nov 2007 03:46:48 by เหมียวเหมียว

Comment

Comment:

Tweet

เราก็ชอบหน้าหนาว ชอบแดดหนาว ชอบบรรยากาศหน้าหนาวที่สุดเหมือนกัน

#5 By เมคนงาม (203.154.82.213) on 2007-11-18 22:01

ลมหนาวมาแล้ว

ดูแลกาย และ ใจ ให้อุ่นนะจ๊ะ

#4 By Coffee mania on 2007-11-10 12:37

ลมหนาวมาแล้ว

ห่มกายให้อุ่น
..
แล้วใจก็จะอุ่นตาม

..รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

#3 By Coffee mania on 2007-11-08 12:50

พี่เหมียว คะ

แนนขอบคุณมากนะคะ ที่คอยส่งข้อความห่วงใยมาถึงน้องคนนี้เสมอ

แนนแวะมาส่งข่าวนะ

แนนดีขึ้นมากแล้วค่ะ แต่ก็ยังคิดถึงพ่อมากๆ

เราผูกพันกันมาก และแนนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะไวแบบนี้

พ่อ คือ คนเดียว ที่แนนคุยได้ทุกเรื่อง

พอไม่มี พ่อ มันเหมือนชีวิตไม่รู้จุดหมาย เลยค่ะ

พี่เหมียว ล่ะค่ะ สบายดีไหม
เราไม่ได้คุยกันนานมากๆ เลยเนอะ

ยังคิดถึงพี่ และวันเวลาเก่าๆ

ช่วงที่แนนเคยรู้สึกแย่มากๆ พี่ก็คือคนที่คอยฟัง

ขอบคุณมากนะคะ

ไม่รู้ว่าแนนจะกลับไปเป็นคนเก่า ได้เมื่อไหร่

ดูแลสุขภาพนะคะ

คิดถึงพี่เสมอ

#2 By แนน (58.8.174.231) on 2007-11-08 03:58

เวลาหนาวๆมักคิดถึงบ้าน

ไม่รู้ว่าพี่เป็นเหมือนกันไหม


จะหนาวอยู่ทีไหน ก็ไม่หนาวเหมือนบ้านเรา


กลิ่นแห้ง อากาศเย็น ล่องลอยมานั้น


ยิ่งทำให้รู้สึกว่าไม่มีที่ไหนจะอุ่นใจเท่าบ้านเรา


เมื่อวานนี้ เบนไปซื้อต้นไม้ ได้ชบามา 2 ต้น มะลิเล็ก 2 ต้น และต้นพุด ที่แม่บอกว่าบ้านเราเรียกว่าดอกเก็ดถะหวา


หอมยวนใจ


ทำเอาเบนมีความสุขมากมาย


กลางคืนก็ไปยืนดุต้นไม้ตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่


ส่วนดอกกลิ่นหอมๆ ก็ทำให้กลางคืนนอนหลับสบาย


และพอเช้ามา เห็นชบาสีแดงบานแจ่ม คิดถึงว่าถ้าย้อนหลังกลับไปสัก 15 ปี เราคงไม่ต้องซื้อต้นชบาเพราะที่ไหนก็มี


มีความสุขจริงๆ


เออ...ลืมไปอีก 1 แฟนเพื่อนซื้อคุณนายตื่นสายให้อีก 1 กระถาง แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่ากว่าคุณนายจะตื่นจริงๆ เราก็อยู่ที่ทำงานแล้ว กลับไปอีกทีคุณนายก็คงนอนแล้ว


ไม่มีโอกาสจะได้เห็นกันเลย


แต่ไว้ดูความงามตอนเสาร์อาทิตย์


เพิ่งรู้ว่าชีวิตดีๆนี่มีใกล้ตัวแค่นี้เอง


มีความสุขมากๆเลยเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา


วันเสาร์เบนไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียน หัวเราะจนแทบจะขาดใจ


เพื่อน และเรื่องราวต่างๆมากมายที่ได้ฟัง


ทำให้เบนมีความสุข


ถึงตอนนี้ก็ยังไม่หุบยิ้ม


เพราะคิดถึงต้นไม้ของเราแล้วสิ


คิดถึงบรรดาดอกไม้สวยๆ


เล่าให้ใครฟังเขาก็บอกว่าเห่อเหลือเกิน


555+


คิดไม่ออกว่าถ้ามีอะไรอย่างที่อยากมีจริงๆแล้วจะเห่อกว่านี้อีกไหม


555+

ขอให้พี่เหมียวมีความสุข และวันเวลาที่ไม่อยากได้ ขอให้มันผ่านไปเร็วๆนะ


พอชีวิตจังหวะที่เราอยากได้มันเริ่มมา


ความสุขก็อยู่แค่นี้เองนะ


ปล.แต่ความสุขเบนมาง่ายจัง แค่ได้ต้นไม้ที่เรารัก ก็ยิ้มได้ทั้งวันแล้ว อยากกลับไปยืนดุต้นไม้ เปิดเพลงให้มันฟัง และเปิดพัดลมให้มันด้วย


เห่อเนอะ confused smile confused smile confused smile

#1 By เบน on 2007-11-05 14:48